ค้นหา
  • ChaHarmo

ฟ้าที่เปลี่ยน - ฝนที่ตก

เพลงนี้นับอายุจริงๆก็หลายปีอยู่นะ เริ่มมาจากโจทย์ว่าให้แต่งเพลงประกอบหนังเรื่องหนึ่งชื่อ "เมื่อฝนหยดลงบนหัว" โดยตอนนั้นทางผู้กำกับจะใช้ 2 เพลง เพลงแรกคือเพลง เหงา ของ Harmonica Sunrise เอาไปเรียบเรียงใหม่ กับ อีกเพลงให้แต่งขึ้นใหม่เลย ก็มีการบรีฟโจทย์มาคร่าวๆว่า อยากได้เพลงที่พูดถึงฝน ฝนที่ตกลงบนหัวนี่แหล่ะ เราก็ยังไงวะ ฝนที่ตกแล้วยังไงต่อ คือ ช่วงนั้นแต่งเพลงตามโจทย์เยอะมากเลยจะขอข้อมูลเค้าให้ครบๆว่า อยากได้ประเด็นใดในเพลง อยากได้คำว่าอะไรพิเศษไหม

เพลงนี้คำพิเศษ คือ ฝนที่ตก...

ส่วนประเด็นคือ เวลาที่ฝนตกใส่เราเนี่ย มันจะเปียก คนเราจะเลือกทำสิ่งใดคือ หลบฝนไป หรือ ยืนให้มันเปียกอย่างนั้นเพราะเดี๋ยวมันก็แห้งไปเอง

ตอนได้ยินประเด็นมาอย่างนี้ ในใจคิดว่า เอ...อะไรวะ มันจะแต่งออกมาเพื่อสื่ออะไรยังไง เพราะตัวเองส่วนตัวชอบมองฝน ชอบคิดอะไรเกี่ยวกับฝน ชอบแต่งเพลงตอนฝนตก แต่ไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นในหัวเลยว่ะ ว่าจะเอาการหลบฝนหรือยืนเปียกรอจนแห้งมาแต่งเพลงยังไง

เค้าก็บรีฟเพิ่มว่าให้มันเชื่อมโยงเปรียบเทียบว่าฝนน่ะคือ ปัญหา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาความรักแบบชัดเจนนะ เป็นปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ หรือเรื่องอะไรก็ได้ ที่มันจะเกี่ยวกับการตัดสินใจว่าจะอยู่กับอดีตหรือจะเดินต่อไป ให้มันเทาๆขมุกขมัว พร่าๆเลือนๆ

ชิบหายละ ยากไปใหญ่เลย ยอมรับว่าเบลออยู่พักใหญ่เพราะมันดูงงๆนามธรรม Abstract แปลกๆยังไงไม่รู้

เริ่มเขียนแบบไปเรื่อยเลยตามอารมณ์มากๆสำหรับเพลงนี้ "ฝนที่ตก...ฟ้าที่เปลี่ยน เรื่องราวยังวนเวียนอยู่ในใจ" แล้วก็ปล่อยไหลไปตามคำมากกว่า "ไหวและหวั่น ฝันและใฝ่" "จะเดินหลบหนีไป ออกให้ไกลจากผู้คน ละลายความสับสนอย่างช้าๆ หรือ ยืนอย่างทุกข์ทน อยู่กับฝน ปนน้ำตา เฝ้ารอเวลาให้ฝนแห้ง"

คือ จบท่อนไปละก็ยังไม่รู้เลยว่า ไอ้คนร้องนี่มันเป็นอะไรของมัน

พอมาท่อน 2 ก็เริ่มด้วย "ฝนที่ตก...ฟ้าที่เปียก" ถึงจะเริ่มขยับเขยื้อนตัวหลุดออกจากเรื่องราว โดยปล่อยให้เวลาพาตัวเองออกมาจากจุดเดิมๆ จน "เมื่อวันที่ฝนซา แดดทอมาสะท้อนใจ" สะท้อนใจนี่ก็เป็นคำที่ไปเรื่อยที่โผล่มา "บอกให้รู้ว่าคนเรา สุขและเศร้าธรรมดา เพียงเธอลืมตาและเปิดใจ" อันนี้ก็ออกแนวให้เข้าใจชีวิต พบสัจธรรมนั่นแหล่ะ

"มองฝนที่ตกจากฟ้า เมื่อถึงเวลาย่อมมีแห้งไป เช่นดังสุขและทุกข์ข้างในหัวใจ ผ่านมาออกไปย่อมเป็นธรรมดา ไม่ต่างจากฝน" ก็คือเกิดพุทธิปัญญาจากการเพ่งมองฝนนั่นเอง

ตอนที่ทำเดโม่ส่งไปประกอบหนังเป็นจังหวะบอสซาโน่ว่า ท่อน Verse ก็เป็น A Minor หม่นๆโดยใช้เสียงไวโอลินเล่นคลอไปจนท่อนฮุคเปลี่ยนไปเป็น A Major พอตอนจบของเพลง สลับเป็น Major, Minor ไปเรื่อยๆเหมือนจะสื่อว่าสุขๆทุกข์ๆอะไรนั่นล่ะ เป็นเพลงที่ดูงงๆแต่ส่วนตัวแล้วชอบ ชอบกระบวนการคิดของตัวเองที่ทำออกมาคือชัดเจนในตอนคิด แต่งานออกมา abstract เสนอไป ปรากฎเพลงไม่ผ่าน5555 เค้าไม่ใช้ ก็เลยเอามาเก็บไว้เงียบๆคนเดียว

พอมาทำสุเทพ เอาเพลงนี้เสนอวงไปส่งเดโมไป เอามาเรียบเรียงกันกลายเป็นซับซ้อนขึ้นกว่าเดิมไปอีก คือ อัตราส่วนจังหวะเปลี่ยนจาก 6/8 เป็น 3/4 ท่อนฮุคกลายเป็น 4/4 เพื่อสื่อถึงว่าชีวิตมันเปลี่ยนกันได้นะ

ส่วนทำนองก็ฟังดูเหมือนเมฆเริ่มตั้งเค้ามา ก่อนจะมืดแล้วก็สว่างตอนฮุคอะไรแบบนั้น

ก่อนจบ Outro ทำให้เหมือนพายุเข้าเลย เล่นสัดส่วนกันเป็น 4,3,2,1 หรือ 10/4 ละก็จบเพลง

ชื่อเพลง 'ฝนที่ตก' ก็ถูกเปลี่ยน เพราะในอัลบั้มมีเพลงที่ชื่อ 'ฝนดาวตก' แล้ว ไม่รู้จะเปลี่ยนเป็นอะไรก็เลยเป็น 'ฟ้าที่เปลี่ยน'

ดู 10 ครั้ง

เชียงใหม่ ประเทศไทย Chiang Mai Thailand

©2019 by SUTHEP BAND. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now